Wednesday, March 27, 2013

ผลกำไรบนความเสี่ยงของสุขภาพทารก


          นมผสมเป็นเพียง สารอาหารทดแทนนมแม่

            ในสถานการณ์ที่จำเป็นด้านการแพทย์ การใช้นมผสมสามารถช่วยชีวิตเด็กได้ แต่ในทางกลับกัน การให้ทารกกินนมผสมแทนนมแม่ในกรณีที่ไม่จำเป็นนั้น ถือเป็น ความเสี่ยง ต่อสุขภาพของทารกอย่างแท้จริง

            การจะให้ผู้คนยอมรับนมผสมซึ่งมีคุณสมบัติด้อยกว่านมแม่มากได้นั้น ผู้ผลิตต้องเปลี่ยนมุมมองการเลี้ยงดูเด็กเสียใหม่ โดยสร้างภาพความทันสมัยและความเหนือกว่าในแง่วิทยาศาสตร์ให้เกิดขึ้นในใจของผู้ให้บริการสาธารณสุขและพ่อแม่ 

            บริษัทนมผสมใช้ช่องทางของระบบบริการสาธารณสุขเป็นการเปิดตลาด ให้บุคลากรสาธารณสุขเป็นผู้แจกตัวอย่างฟรี เพื่อจูงใจให้แม่เลี้ยงลูกด้วยนมผสม

            หลังคลอดบุตร แม่และทารกจะกลับบ้านไปพร้อมกับนมผสม แจกฟรี จำนวนหนึ่ง เมื่อนมผสมที่ได้รับแจกฟรีหมดลง ทารกก็ไม่ยอมดูดนมจากอกแม่แล้ว และต่อมน้ำนมของแม่ก็เริ่มแห้งไปอีกด้วย ทำให้แม่ต้องกลับไปซื้อนมผสมเพื่อเลี้ยงทารกต่อไป

            การให้ทารกกินนมแม่ถูกเปลี่ยนจากพฤติกรรมปกติธรรมดาเป็นขบวนการที่ยุ่งยากลำบากและล้าสมัย

            ยอดขายนมผสมเติบโตอย่างรวดเร็ว พร้อม ๆ กับอัตราการเจ็บป่วยและเสียชีวิตของทารกที่เพิ่มสูงขึ้น  ตั้งแต่ค.ศ. 1960 เป็นต้นมา อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ลดต่ำลงอย่างรวดเร็วในหลาย ๆ ส่วนของโลก

            ค.ศ. 1979 มีนมผสม ออกจำหน่ายถึง 50 ยี่ห้อ 200 ชนิด กระจายอยู่ในประเทศต่าง ๆ กว่า 100 ประเทศทั่วโลก

            ค.ศ. 1994 องค์การอนามัยโลก รายงานว่าทุก ๆ ปี ทารกประมาณ 1.5 ล้านคน เสียชีวิตเพราะไม่ได้กินนมแม่ ขณะที่อีกหลายล้านเป็นโรคขาดอาหารและโรคอื่น 

     ทั้งในประเทศร่ำรวยและยากจน ทุก ๆ วันจะมีทารกต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลหลายพันคน เนื่องจากได้รับอาหารหรือของเหลวอื่นที่ไม่ใช่นมแม่ แผนกกุมารเวชกรรมไม่ได้เต็มไปด้วยทารกที่ได้กินแต่นมแม่ล้วน ๆ เลย 1

2 comments:

สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์

Creative Commons License
บทความต่าง ๆ ในบล็อก nommae.blogspot.com โดย nitbert อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ nommae.blogspot.com.